ผลิตพร้อมตอกเสาเข็มไมโครไพล์ที่ได้รับการรับการรับรองจากวิศวะกรผุ้เชียวชาญ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-532-6986 ,081-634-6586
บริการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-532-6986 ,081-634-6586
การทดสอบ Dynamic load test

ผู้ผลิตเสาเข็ม SPUN MICROPILE

รับตอกเสาเข็ม SPUN MICROPILE

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

เสาเข็มเพื่อการต่อเติม

Micropile และ Spun Micropile เป็นเสาเข็มสำหรับติดตั้ง ต่อเติมอาคาร บ้านเรือนต่างๆ ให้เป็นไปตามที่คุณต้องการ หากคุณเลือกใช้งานสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน รับประกันความปลอดภัยจากการใช้งาน ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน โครงสร้างตึก, อาคาร, บ้านเรือน จะยังคงอยู่ไม่ถล่ม ยังคงรับน้ำหนักได้ดี ปลอดภัย เพราะเราเลือกใช้ เสาเข็มเพื่อการต่อเติม Micropile และ Spun Micropile ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน

 

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเสาเข็ม (spun micro pile)Spun micro pile(Micro spun pile)

1. ลักษณะของเสาเข็ม (spun micro pile)


ประเภทของเสาเข็มอาจแบ่งได้ตามลักษณะการรับกำลัง ตามชนิดของวัสดุที่ใช้ทำเสาเข็ม (spun micro pile)และตาม
รูปแบบการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาการต่อเสาเข็มและการจัดรูปแบบของเสาเข็มในการรองรับ
อาคารด้วย
1.1 การแบ่งประเภทของเสาเข็มตามลักษณะการรับกำลัง
1.1.1 เสาเข็มแรงต้านทานส่วนปลาย (End bearing pile) เป็นเสาเข็มที่ตอกลงถึงชั้นดินทรายหรือ
ชั้นดินแข็ง เสาเข็มที่ลงถึงชั้นดินแข็งเพียงพอจะช่วยลดการทรุดตัว โดยเสาเข็มควรจมอยู่ใน
ชั้นดินแข็ง 1-3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสา เหมาะกับงานขนาดใหญ่ เสาเข็มชนิดนี้มีแรง
ฝืดช่วยรับแรงด้วยแต่เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับแรงต้านที่ปลาย
1.1.2 เสาเข็มแรงฝืด (Friction pile) เป็นเสาเข็มที่ไม่มีชั้นดินแข็งรองรับส่วนปลายเสาเข็ม (spun micro pile)อาศัยการ
เกิดแรงฝืดระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินโดยรอบเสาเข็ม (spun micro pile)เสาเข็มที่ตอกผ่านชั้นดินที่มีความ
เชื่อมแน่น (ดินเหนียว) จะเกิดแรงฝืดได้ดีกว่าดินที่ไม่มีความ เชื่อมแน่น (ดินทราย) เหมาะกับ
งานขนาดเล็ก เสาเข็มชนิดนี้มีแรงต้านที่ปลายช่วยรับแรงด้วยแต่เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับ
แรงฝืด

1.2 การแบ่งประเภทของเสาเข็มตามชนิดของวัสดุ


1.2.1 เสาเข็มไม้ (Timber pile) เป็นเสาเข็มที่หาได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ราคาถูกขน ส่งสะดวก มี
ความสามารถรับน้ำหนักค่อนข้างต่ำ จึงจำเป็นต้องตอกเป็นกลุ่ม ส่งผลให้มีฐานรากขนาด
ใหญ่ ควรตอกให้ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันการผุกร่อนจากปลวกและเห็ดรา ปัจจุบัน
นิยมใช้เสาเข็มไม้สนและยูคาลิปตัส ตามท้องตลาดระบุขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นนิ้วและ
ความยาวเป็นเมตร
1.2.2 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforce concrete pile) โดยมากเป็นเสาเข็มที่หล่อใน
หน่วยงาน ต้องออกแบบเหล็กเสริมตามยาวให้เพียงเพื่อรับโมเมนต์ดัด จากการเคลื่อนย้าย
และการตอก ปัจจุบันไม่นิยมมากนักเนื่องจากไม่ประหยัด จึงใช้เข็มคอนกรีตอัดแรงแทน
1.2.3 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง (Prestressed concrete pile) เป็นเสาเข็มที่อาศัยเทคนิคการดึงลวดรับแรงดึงแล้วเทคอนกรีตลงในแบบ เมื่อคอนกรีตแข็งจนได้กำลังจึงทำการตัดลวดรับแรงดึง ท า
ให้เกิดแรงอัดในเสาเข็ม (spun micro pile)ช่วยลดปัญหาการแตกร้าวของเสาเข็ม (spun micro pile)เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงอัดแรงหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเสาเข็มสปัน เป็นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงชนิดพิเศษที่ผลิตที่ใช้กรรมวิธีการปั่นคอนกรีตในแบบหล่อซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูงกว่าคอนกรีตที่หล่อโดยวิธีธรรมดา จึงมีความแข็งแกร่งสูง รับน้ำหนักได้มาก เสาเข็มสปันมีลักษณะเป็นเสากลมตรงกลางกลวง มักใช้เป็นเสาเข็มเจาะเสียบ (Auger press pile)
1.2.4 เสาเข็มคอนกรีตหล่อในที่ (Cast-in-place concrete pile) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเสาเข็มเจาะเป็นเสาเข็มที่มุ่งเน้นให้เกิดผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงจากการสั่นสะเทือนน้อย สามารถทำ
ความลึกได้มากกว่าเสาเข็มตอก และสามารถควบคุมตำแหน่งได้ดีกว่า แต่มีราคาสูงกว่าใน
กรณีรับน้ำหนักเท่ากัน
1.2.5 เสาเข็มเหล็ก (Steel pile) เป็นเสาเข็มที่ทำจากเหล็กทั้งท่อน ความสามารถ รับน้ำหนักได้สูง
กว่าเสาเข็มคอนกรีตและไม้ แต่มีราคาแพงและเกิดการผุกร่อนได้ง่ายจากสนิม นิยมใช้กับงาน
โครงสร้างชั่วคราวที่ต้องรับน้ำหนักมาก แต่ต้องทำการรื้อถอนในภายหลัง
1.2.6 เสาเข็มประกอบ (Composite pile) เป็นเสาเข็มที่ประกอบด้วยวัสดุสองชนิดในต้นเดียวกัน
จุดสำคัญของเสาเข็มชนิดนี้คือรอยต่อต้องแข็งแรงและสามารถถ่ายน้ำหนักจากท่อนบนสู่
ท่อนล่างได้อย่างดี

1.3 การแบ่งประเภทของเสาเข็มตามรูปแบบการก่อสร้าง

1.3.1 เสาเข็มตอก (Driven pile) คือการใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มลงไปในดินจนได้ความลึกที่ต้องการ
เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากวิธีการก่อสร้างไม่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายไม่สูง
แต่ในปัจจุบันมีปัญหาในการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีอาคารรอบข้าง เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนใน
การตอกและการเคลื่อนตัวของดินที่ถูกแทนที่ด้วยเสาเข็ม (spun micro pile)เนื่องจากการตอกเสาเข็มมักกระทำ
โดยผู้รับจ้างซึ่งไม่ใช่วิศวกร การควบคุมการตอกจึงกระทำโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ
นั้นซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ควรทราบหลายประการ จึงจะนำไปเสนอในหัวข้อที่ 4
1.3.2 เสาเข็มเจาะหล่อในที่ (Bored pile) คือเสาเข็มที่ก่อสร้างโดยหล่อคอนกรีตลงไปในดินที่
ถูกเจาะเป็นหลุมไว้ล่วงหน้าให้เต็ม เป็นวิธีก่อสร้างที่ช่วยแก้ปัญหาที่พบในการใช้เสาเข็มตอก
ทั้งการขนย้ายเสาเข็มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง การรบกวนอาคารรอบข้างเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน
จากการตอก รวมทั้งการควบคุมตำแหน่งและแนวของเสาเข็ม (spun micro pile)การเจาะอาจกระทำโดย
กระบวนการแห้ง (Dry process) คือการเจาะโดยไม่ต้องใช้น้ำช่วยสำหรับกรณีที่ดินข้างหลุม
เจาะมีเสถียรภาพ หากดินข้างหลุมเจาะพังทลาย ต้องใส่น้ำผสมสารเบนโทไนท์หรือโพลิ
เมอร์ลงไปในหลุมเพื่อช่วยพยุงดินข้างหลุม เรียกว่ากระบวนการเปียก (Wet process)
สำหรับการเจาะดินสามารถกระทำได้หลายวิธี ได้แก่ การเจาะแบบหมุน (Rotary type ) แบบขุด (Excavation type ) และการเจาะแบบทุ้งกระแทก (Percussion type ) ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
เหมาะกับการก่อสร้างขนาดเล็กในพื้นที่แคบ การควบคุมคุณภาพของการก่อสร้างมีส่วนที่
สำคัญคือ การกำหนดตำแหน่งของเสาเข็ม (spun micro pile)การควบคุมแนวการเจาะให้ได้แนวดิ่ง ความ
สะอาดและเรียบร้อยของหลุมเจาะ การติดตั้งเหล็กเสริม และการเทคอนกรีต หากการ
ก่อสร้างเสาเข็มเจาะกระทำโดยบริษัทที่ดีและมีประสบการณ์แล้ว วิศวกรของบริษัทจะเป็นผู้
ควบคุมดูแลคุณภาพของเสาเข็มเจาะ
1.3.3 เสาเข็มเจาะเสียบ (Auger press pile) เป็นการใช้เสาเข็มสำเร็จรูป ติดตั้งโดยการเจาะดินให้
เป็นรูขนาดเล็กกว่าขนาดเสาเข็มเล็กน้อยแล้วกดเสาเข็มลงไปในรู เป็นการแก้ปัญหาการ
สั่นสะเทือนและการเคลื่อนตัวของดิน วิธีนี้สามารถใช้การตอกแทนกดได้ซึ่งนอกจากลด
ปัญหาการสั่นสะเทือนและการเคลื่อนตัวของดินแล้ว ยังช่วยในกรณีที่ต้องตอกเสาเข็มผ่าน
ชั้นดินที่แข็งแรงมาก นิยมใช้เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงซึ่งมีรูกลวงตรงกลาง โดยในระหว่างที่
กดเสาเข็มลงไปนั้น สว่านซึ่งใส่อยู่ในรูเสาเข็มก็จะหมุน เพื่อนำดินขึ้นมา เมื่อกดเสาเข็ม (spun micro pile)
พร้อมกับเจาะดินจนเสาเข็มจมลงใกล้ระดับที่ต้องการก็หยุดกด ดึงดอกสว่านออกแล้วตอก
ด้วยลูกตุ้มจนได้ระดับที่ต้องการ
การใช้เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ในบางกรณีจำเป็นต้องมีการต่อเสาเข็ม (spun micro pile)อาจเนื่องจากคาดคะเนความ
ยาวของเสาเข็มน้อยไป หรือพื้นที่ก่อสร้างคับแคบไม่สามารถขนย้ายเสาเข็มยาวมาใช้งานได้ การต่อเสาเข็ม (spun micro pile)
จำเป็นต้องมีการออกแบบวิธีต่อไว้เพื่อให้เสาเข็มสามารถถ่ายแรงได้โดยสมบูรณ์ รูปที่ 1 เป็นรูปแบบการต่อ
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงซึ่งแนะนำโดย Courtesy of Precast/Prestressed Concrete Institute

1.4 การต่อเสาเข็ม

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

รูปที่ 1 รูปแบบการต่อเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง

การใช้เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ในบางกรณีจาเป็นต้องมีการต่อเสาเข็ม (spun micro pile)อาจเนื่องจากคาดคะเนความยาวของเสาเข็มน้อยไป หรือพื้นที่ก่อสร้างคับแคบไม่สามารถขนย้ายเสาเข็มยาวมาใช้งานได้ การต่อเสาเข็มจาเป็นต้องมีการออกแบบวิธีต่อไว้เพื่อให้เสาเข็มสามารถถ่ายแรงได้โดยสมบูรณ์ รูปที่ 1 เป็นรูปแบบการต่อเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงซึ่งแนะนาโดย Courtesy of Precast/Prestressed Concrete Institute


1.5 การจัดรูปแบบของเสาเข็ม (spun micro pile)microspunpile


เนื่องจากในกระบวนการก่อสร้างเสาเข็ม (spun micro pile)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นเสาเข็มตอก เป็นไปไม่ได้
เลยที่จะทำให้ศูนย์กลางของเสาเข็มอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ในแบบก่อสร้าง หากใช้เสาเข็มเดี่ยวเมื่อก่อสร้างตอม่อต่อจากเสาเข็มศูนย์กลางของตอม่อจะไม่ตรงกับศูนย์กลางของเสาเข็มดังรูปที่ 2 ก. การเยื้องศูนย์จะทำให้เกิดโมเมนต์และอาจทำให้ตอม่อหรือเสาเข็มวิบัติได้ หากต้องการใช้เสาเข็มเดี่ยวหรือเข็มคู่ต้องทำคานยึดที่หัวเสาเข็มดังรูปที่ 2 ข. หากเป็นฐานรากที่ใช้เสาเข็มมากกว่า 2 ต้นไม่จำเป็นต้องใช้คานยึด

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

รูป ก รูป ข

รูปที่ 2 การเยื้องศูนย์ของเสาเข็มและการแก้ไข

2. เสาเข็มตอก


เสาเข็มตอกมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1) หัวเสาเข็ม (spun micro pile)(Head) คือส่วนบนสุดของเสาเข็มที่รองรับแรงกระแทกจากการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)
2) ตัวเสาเข็ม (spun micro pile)(Foot) ส่วนลำตัวของเสาเข็ม (spun micro pile)มีพื้นที่ผิวมากกว่าส่วนอื่นๆ ท าหน้าที่รับแรงฝืดระหว่าง
เสาเข็มกับดิน
3) ปลายเสาเข็ม (spun micro pile)(Tip) คือนิส่วนล่างสุดของเสาเข็ม (spun micro pile)ท าหน้าที่เจาะทะลุชั้นดิน และรับแรงแบกทาน มี
หลายรูปแบบแล้วแต่ชนิดของดินที่ตอกผ่าน ได้แก่
- ปลายหัวป้าน เหมาะกับการตอกผ่านดินอ่อน ดังแสดงในรูป 3 ก.
- ปลายหัวเข็ม เหมาะกับการตอกผ่านดินอ่อน โดยสวนปลายปักลงชั้นดินดานหรือ ทราย ดัง
แสดงในรูป 3 ข.
- ปลายหัวดินสอ เหมาะกับการตอกผ่านดินเหนียว กรวด ทราย โดยปลายเป็นเหล็กหล่อดัง
แสดงในรูป 3 ค.
- ปลายหัวปากกา เหมาะกับการตอกผ่านชั้นหิน ดังแสดงในรูป 3 ง.
4) แผ่นเหล็กหัวเสาเข็ม (spun micro pile)(Driving Head) คือแผ่นเหล็ก ที่ปิดทับบนหัวเสาเข็มถูกยึดด้วยเหล็กสมอเท
ฝังเข้าเนื้อ คอนกรีต ท าหน้าที่เพื่อรองรับน้ำหนักการกระทบของ ตุ้มและใช้สำหรับเชื่อมต่อ
ระหว่างเข็มท่อนบน และล่าง

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

ก. ปลายหัวป้าน ข. ปลายหัวเข็ม ค. ปลายหัวดินสอ ง. ปลายหัวปากกา

รูปที่ 3 รูปแบบปลายเสาเข็ม

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropileรูปที่ 4 แผนภูมิการก่อสร้างเสาเข็มตอก


2.1 การตรวจรับและการกองเก็บเสาเข็ม (spun micro pile)
2.1.1 การตรวจรับเสาเข็มที่นำส่ง
- ตรวจสอบความยาว ขนาด Dowel และวันที่ ผลิต
- การลงเสาเข็มควรใช้รถเครนเพื่อป้องกันเสาเข็มร้าวหรือหัก
- การลงโดยใช้แรงงานคนงัดลงควรจัดลงผ่านทางลาด และมียาง รถยนต์รองรับ
- ควรทำการตรวจรอยร้าวของเสาเข็ม (spun micro pile)โดยใช้น้ำราด บริเวณที่รอยร้าว น้ำจะซึมลงทำให้
เห็นรอยร้าวเมื่อน้ำบริเวณอื่นแห้ง ถ้าพบรอยร้าวรอบเสาเข็มเกินกว่าที่ระบุในข้อกำหนด
ประกอบแบบ หรือตามที่กำหนดใน มอก. ไม่ควร นำไปใช้งาน
2.1.2 การกองเก็บเสาเข็ม (spun micro pile)
- ปรับพื้นที่กองเก็บให้เรียบ ได้ระดับ - ใช้ไม้รองบริเวณที่ 0.21L ของเสาเข็มทั้งด้านหัวเสา และปลายเสาตามรูปที่ 5 ก. ทุกชั้นที่มี
การวางซ้อนทับต้องรองไม้รองให้ตรงเป็นแนวดิ่ง มิฉะนั้นเสาเข็มจะวิบัติดังรูปที่ 5 ข.
สามารถสังเกตจุดรองรับได้ว่าจะอยู่บริเวณเดียวกับจุดที่ยก

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

ก. การกองเก็บเสาเข็มที่ถูกต้อง ข. การกองเก็บเสาเข็มที่ผิด

2.1.3 การโยกย้ายเสาเข็ม (spun micro pile)เนื่องจากเสาเข็มคอนกรีตมีความเปาะมีโอกาสชำรุดเสียหายในการ
เคลื่อนย้าย จึงควรรู้จักตำแหน่งในการยกเพื่อโยกย้ายที่ถูกต้อง โดยมี 3 ลักษณะคือ การยกจุด
เดียว (Single Point Lifting) การยกสองจุด (Two Point Lifting) และการยกสามจุด(Three
Point Lifting) ดังแสดงในรูปที่ 6

ก. ยกจุดเดียว ข.ยกสองจุด ค. ยกสามจุด

รูปที่ 6 การยกเสาเข็ม (spun micro pile)

2.2 การเตรียมการตอกเสาเข็ม

2.2.1 การวางแผนจัดลำดับการตอกเสาเข็มและเดินปั้นจั่น ก่อนการเริ่มงานทาง ผู้รับเหมาเสาเข็ม (spun micro pile)ควรจัดเตรียมแผนการเดินปั้นจั่น เพื่อจะได้รู้ว่าตอกจากไหนไปไหน และสามารถจัดการที่
ลงเสาเข็มให้ใกล้ตำแหน่งที่สุด ดังตัวอย่างในรูปที่ 7

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile

รูปที่ 7 ตัวอย่างการวางแผนจัดลาดับการตอกเสาเข็มและเดินปั้นจั่น
ตัวอย่างที่แสดงในรูปที่ 7 เป็นการจัดลำดับเพื่อความสะดวกและประหยัดในการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)
แต่หากต้องการควบคุมการเคลื่อนตัวของดินให้ออกไปจากอาคารข้างเคียง ต้องจัดลำดับให้
ตอกทีละแถวจากในไปนอกซึ่งขัดกับตัวอย่างที่แสดง
2.2.2 การวางหมุดเสาเข็มและตรวจสอบ เริ่มแรกให้ทำการลงศูนย์เสาอาคารแล้วทำการวางหมุด
โดยทำการตอกหมุดทาสีให้ชัดเจน ก่อนท าการตอก เสาเข็มควรทำOff Set ออกจากหมุด
เสาเข็มเป็นระยะ 1 เมตร ทั้งสองแกน เนื่องจากเมื่อวางเสาเข็มเข้าตำแหน่งจะไม่เห็นว่า
เสาเข็มเยื้องศูนย์หรือไม่ จะสอบทานได้จาก Off Set ทั้งสองแกนโดยวัดระยะจากหมุด Off
Set ถึงริม เสาเข็มต้องเหลือเท่ากับ1 – 0.5d เมื่อ d คือ ขนาดของเสาเข็ม (spun micro pile)ดังรูปที่ 8

ผลิต พร้อมตอก microspunpile,spunmicropile,micropile
2.2.3 การตรวจสอบดิ่งเสาเข็ม (spun micro pile)เมื่อทำการยกเสาเข็มเข้าสู่ตำแหน่งตอก ต้องตรวจสอบดิ่งเสาเข็ม (spun micro pile)โดยใช้กล้อง Theodolite หรือลูกดิ่งติดสามขา ต้องตรวจสอบทั้ง 2 แกน เนื่องจากถ้าเสาเข็ม (spun micro pile)ไม่ได้ดิ่งจะทำให้เกิดแรงดัดในเสาเข็ม (spun micro pile)อาจทำให้หักขณะตอก หรือถ้าไม่หัก กำลังในการรับ
น้ำหนักก็จะลดลง

2.3 การตอกเสาเข็ม (spun micro pile)

การตอกเสาเข็มสามารถใช้อุปกรณ์ได้หลายประเภท การยกตุ้มตอกเสาเข็มสามารถแบ่งได้ดังรูปที่ 9
1) Drop Hammer เป็นการตอกโดยใช้ปั้นจั่นยกลูกตุ้มขึ้นสูงแล้วปล่อยให้ตกกระทบที่หัวเสาเข็ม (spun micro pile)เป็น
แบบดั้งเดิมที่ปัจจุบันยังใช้กันมากเนื่องจากใช้เครื่องจักรที่ราคาไม่สูง แต่ต้องระมัดระวังในการ
สร้างปัญหาต่อสิ่งก่อสร้างข้างเคียงเนื่องจากทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมาก
2) Single-Acting Hammer เป็นการตอกโดยใช้แรงดันไอน้ำ (Steam Hammer) หรือแรงดันลม
(Pneumatic Hammer) หรือแรงดันน้ำมัน (Hydraulic Hammer) ในการยกลูกตุ้มโดยมีระยะในการ
ยกไม่สูง จึงมีแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่า Drop Hammer
3) Double-Acting Hammer มีลักษณะการท างานคล้ายกับ Single-Acting Hammer แต่ในช่วงที่ตุ้มตก
ลงมายังหัวเสาเข็มจะมีการให้แรงดันช่วยเพิ่มพลังงานในการตอกด้วย
4) Diesel Hammer ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขับเคลื่อนตุ้มในลักษณะของการขับเคลื่อนลูกสูบของรถยนต์
อาจมีปัญหาในการสร้างมลภาวะในอากาศหากเครื่องยนต์ที่ใช้ไม่ได้บำรุงรักษาดีพอ
5) Vibratory Hammer การท างานแตกต่างจากตุ้มชนิดอื่น ใช้แรงสั่นสะเทือนและน้ำหนักบรรทุกกด
เสาเข็มลงไปในดินดังรูปที่ 10 ใช้ได้ดีในทราย


2.4 ปัญหาและแนวทางแก้ไขในงานตอกเสาเข็ม


2.4.1 กรณีที่ไม่สามารถขนส่งเสาเข็มเข้าหน่วยงานได้เนื่องจากถนนแคบ อาจแก้ปัญหาโดยการใช้
เสาเข็ม (spun micro pile)Square spun micro pile ,Micro spun pile
2.4.2 ระยะทางดิ่งและ/หรือทางราบไม่เพียงพอในการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)อาจต้องหมุนปั้นจั่นเอาตุ้มเข้า
หาสิ่งกีดขวาง หรือเปลี่ยนไปใช้เสาเข็มเจาะแทน
2.4.3 ความสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)อาจแก้ปัญหาโดยใช้ปั้นจั่นระบบดีเซลหรือไอน้ำ
(Diesel or Steam Hammer) แทน หรือขุดคูน้ำตามแนวที่จะป้องกันการสั่นสะเทือน หรือใช้
เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยง (Spun Pile) หรือเปลี่ยนไปใช้เสาเข็มสีเหลี่ยมแรงเหวียง (Square Spun micro pile )นอกจากนี้วิศวกรผู้ควบคุม งานต้องสังเกตสภาพอาคารข้างเคียงอย่างสม่ำเสมอ
2.4.4 ดินเคลื่อนตัวจากการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ
• ดินเคลื่อนตัวจากการตอกเสาเข็มต้นหลังไปดันเสาเข็มที่ตอกก่อนจนเสียหาย อาจแก้ไข
โดยวางแผนตอกเสาจากบริเวณดินแข็งไปหาดินอ่อน หรือเปลี่ยนไปใช้เสาเข็มเจาะ
• อาคารข้างเคียงเสียหายเนื่องจากดินเคลื่อนตัวจากการตอกเสาเข็ม (spun micro pile)อาจแก้ไขโดยการวาง
แผนการตอกเสาเข็มไล่จากด้านที่อยู่ใกล้อาคารข้างเคียงออกไป หรือเปลี่ยนเสาเข็มเป็น
เสาเข็มที่แทนที่ดินน้อยกว่าเพื่อลดการแทนที่ของเสาเข็มในดิน หรือเปลี่ยนไปใช้เสาเข็ม (spun micro pile)
เจาะ
2.4.5 เสาเข็มหนีศูนย์ ปัญหานี้สามารถป้องกันได้โดยเอาใจใส่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ
แนวดิ่งของเสาเข็มและปั้นจั่นก่อนตอก ในกรณีที่พบปัญหานี้หลังจากตอกแล้วอาจทดสอบ
รูปที่ 10 Vibratory Hammer กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็ม (spun micro pile)หากเสาเข็มไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ ต้องตอก
เสาเข็มแซมและออกแบบครอบหัวเสาเข็ม (spun micro pile)(Pile Cap) ใหม่
2.4.6 เสาเข็มหัก ปัญหานี้สามารถป้องกันได้โดยเอาใจใส่ในขั้นตอนของการตรวจสอบแนวดิ่ง
ของเสาเข็มและปั้นจั่นก่อนตอก เลือกปลายเสาเข็มให้เหมาะสมกับสภาพดิน ใช้ลูกตุ้มที่ไม่
ใหญ่เกิน และไม่เข่นเสาเข็มระหว่างตอก หากพบว่าเสาเข็มหัก ต้องตอกเสาเข็มแซมและ
ออกแบบครอบหัวเสาเข็ม (spun micro pile)(Pile Cap) ใหม่
2.4.7 ตอกเสาเข็มจนจมลงในดินจนหมดความยาวแล้วยังไม่ได้จำนวนนับ (Blow Count) ตาม
กำหนด ปัญหานี้ป้องกันได้หากมีการเจาะสำรวจชั้นดินที่มีคุณภาพ ในทางปฏิบัติ มัก
พยายามตอกต่อไปโดยใช้เหล็กส่งหัวเสาเข็มให้จมลงไปในดินซึ่งบางครั้งก็ทำให้ได้จำนวน
นับที่ต้องการ แต่ไม่ควรส่งลึกเกินไปเพราะจะมีปัญหาในการขุดดินลงไปทำครอบหัวเข็ม
หากพบปัญหานี้ควรเจาะสำรวจชั้นดินใหม่เพื่อทราบว่าความยาวเสาเข็มที่แท้จริงเป็นเท่าไร
2.4.8 อุบัติเหตุในการท างานปั้นจั่น แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ
• ปั้นจั่นล้ม ปรับพื้นให้เรียบ ยืนบนพื้นที่มั่นคงแข็งแรง รองไม้หมอนให้เพียงพอ และไม่
หนุนไม้หมอนสูงหลายชั้น ควรหลีกเลี่ยงการลากเข็มจากด้านหลัง ตั้งปั้นจั่นให้ได้ดิ่ง
• อุบัติเหตุทางร่างกาย มักเกิดจากความประมาทของผู้ควบคุมปั้นจั่นและผู้ช่วย อาจ
เนื่องมาจากความคุ้นเคยกับการปฏิบัติงานจนไม่ระมัดระวังตัว ผู้ที่ทำหน้าที่ที่ปั้นจั่นไม่
ควรไปผลัก ดัน ดึงเสาเข็มขณะปั้นจั่นทำงาน และไม่ควรไปยืนในแนวดิ่งเสาเข็ม (spun micro pile)ทั้งนี้
วิศวกรพึงทราบว่า ในปัจจุบันมีกฎกระทรวงออกมาบังคับให้ผู้ควบคุมปั้นจั่นต้องผ่านการ
อบรมจากสถาบันที่น่าเชื่อถือก่อน
2.5 การตรวจสอบคุณภาพงานเสาเข็ม (spun micro pile)
หลังจากการก่อสร้างเสาเข็ม (spun micro pile)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเสาเข็มคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็มตอก
หรือเจาะ อาจมีข้อสงสัยในความสมบูรณ์ (Integrity) ของเสาเข็ม (spun micro pile)ในปัจจุบันจะทำการทดสอบโดยใช้ค้อนเคาะ
ที่หัวเสาเข็มแล้ววิเคราะห์คลื่นของความสั่นสะเทือน (Seismic Integrity Test)

3. กำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม (spun micro pile)

3.1 การทดสอบกำลังของเสาเข็ม (spun micro pile)(Pile Load Test)
3.1.1 Static Load Test เป็นการทดสอบที่ให้แรงกระท าที่หัวเสาเข็มโดยตรงโดยใช้น้ าหนักบรรทุก
ดังรูปที่ 11 หรือใช้เสาเข็มสมอ การทดสอบจะค่อยๆ เพิ่มน้ าหนักบรรทุกแก่เสาเข็มครั้งละ
ร้อยละสิบของก าลังทดสอบสูงสุด แต่ละครั้งที่เพิ่มน้ าหนักบรรทุกจะคงน้ าหนักนั้นไว้อย่าง
น้อย 1 ชั่วโมง การทดสอบต้องใช้เวลาหลายวันผลการทดสอบจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
น้ าหนักบรรทุกกับค่าการทรุดตัวของเสาเข็มดังรูปที่ 12


เส้น A ในรูปที่ 12 มีลักษณะที่สามารถคาดคะเนก าลังรับน้ าหนักบรรทุกประลัย (Ultimate
Bearing Capacity) ของเสาเข็มได้ขัดเจน แต่ในกรณีของเส้น B นั้นไม่สามารถคาดคะเนได้ มี
การเสนอวิธีประมาณค่าก าลังรับน้ าหนักบรรทุกประลัยไว้หลายวิธี วิธีที่ได้รับความนิยมมาก
คือ Davisson’s Method ดังรูปที่ 13
ตัวอย่างที่ 1 ข้อมูลการทดสอบเสาเข็มในรูปที่ 14 ได้จากการทดสอบเสาเข็มคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาด 400 มม. ยาว 17 ม. ให้ประมาณค่าก าลังรับน้ าหนักบรรทุกประลัยโดย Davisson’s Method ก าหนดให้

 

 
 
 

ที่อยู่ : เลขที่ 70/242 ตำบล : บึงคำพร้อย อำเภอ : ลำลูกกา จังหวัด :ปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ : 12150
เบอร์แฟกซ์: 02-532-7144 เบอร์โทร 02-5326986 มือถือ : 081-634-6586
อีเมล : sales@bhumisiam.com เว็บไซต์ : www.bhumisiamandconditech.com www.bhumisiamsupply.com

 

สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพ โดยบริษัทภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ( Copyright © 2013, bhumisiam.com)

 

Copyright © 2013, bhumisiam.com